ขายโซลาร์เซลล์แบบเงินสด เช่าซื้อ เช่า หรือ PPA ต่างกันอย่างไร
🌏 บทความนี้มีภาษาอื่นด้วย: English
เปรียบเทียบการขายโซลาร์เซลล์ 4 แบบ ทั้งเจ้าของระบบ เงินเข้าบริษัท ความเสี่ยง และการลงบัญชี พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับลูกค้าและความพร้อมของบริษัท
ลูกค้าหลายรายอยากติดโซลาร์เซลล์ แต่ติดที่เงินก้อนแรก บ้านบางหลังพร้อมจ่ายเป็นรายเดือนมากกว่าจ่ายครั้งเดียว ส่วนโรงงานบางแห่งไม่อยากมีทรัพย์สินเพิ่มในงบเลย ผู้ติดตั้งที่เสนอรูปแบบการขายได้มากกว่าหนึ่งแบบจึงมีโอกาสปิดงานที่เจ้าอื่นปิดไม่ได้
แต่ละรูปแบบเปลี่ยนเงินที่ไหลเข้าบริษัท ความเสี่ยงที่ต้องแบก และวิธีลงบัญชีไปทั้งหมด บทความนี้เปรียบเทียบการขายสด เช่าซื้อ เช่า และ PPA แบบเข้าใจง่าย พร้อมสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดขายแต่ละแบบ
สรุปสั้นก่อนอ่าน ✅ ขายสด เงินเข้าเร็วที่สุด ความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่ลูกค้าต้องมีเงินก้อน ✅ เช่าซื้อ ลูกค้าผ่อนเป็นงวด กรรมสิทธิ์โอนเมื่อจ่ายครบ บริษัทแบกความเสี่ยงหนี้เสีย ✅ เช่าและ PPA บริษัทเป็นเจ้าของระบบ รับเงินรายเดือนยาวหลายปี และต้องดูแลระบบเอง ✅ รูปแบบการขายต่างกัน การรับรู้รายได้ ภาษีขาย และทรัพย์สินในงบก็ต่างกัน ✅ เปิดขายแบบผ่อน เช่า หรือ PPA ได้เมื่อระบบสร้างตารางรับชำระและลงบัญชีให้ถูกได้
4 รูปแบบการขายโซลาร์เซลล์ ต่างกันอย่างไร

ขายสด
ลูกค้าจ่ายมัดจำแล้วจ่ายส่วนที่เหลือตามงวดงาน เมื่อส่งมอบระบบก็เป็นของลูกค้าทันที เป็นแบบที่ง่ายที่สุด บริษัทได้เงินครบภายในไม่กี่สัปดาห์ และหลังส่งมอบเหลือแค่หน้าที่ตามการรับประกัน
เช่าซื้อ (ผ่อนชำระ)
ลูกค้าจ่ายเงินดาวน์ แล้วผ่อนค่างวดที่รวมดอกผลเป็นรายเดือน กรรมสิทธิ์ในระบบโอนให้ลูกค้าเมื่อจ่ายครบ ลูกค้าได้ระบบโดยไม่ต้องมีเงินก้อนใหญ่ ส่วนบริษัทได้ดอกผลเพิ่ม แต่ต้องรอเงินนานขึ้นและแบกความเสี่ยงที่ลูกค้าหยุดผ่อน
เช่า
ลูกค้าจ่ายค่าเช่ารายเดือนตามสัญญา บริษัทเป็นเจ้าของระบบตลอดอายุสัญญา จึงต้องลงทุนอุปกรณ์เอง ดูแลบำรุงรักษา และทำประกันทรัพย์สิน เมื่อครบสัญญาจะต่ออายุ รื้อถอน หรือโอนระบบให้ลูกค้า ขึ้นกับที่ตกลงไว้
PPA (ขายไฟตามหน่วย)
PPA ย่อมาจาก Power Purchase Agreement บริษัทติดตั้งและเป็นเจ้าของระบบ ลูกค้าจ่ายเฉพาะค่าไฟที่ระบบผลิตได้ในอัตราต่อหน่วยที่ตกลงกัน ซึ่งมักต่ำกว่าค่าไฟของการไฟฟ้า บางสัญญากำหนดยอดขั้นต่ำต่อเดือนไว้ด้วย นิยมกับโรงงานและอาคารที่ใช้ไฟกลางวันมาก และไม่อยากลงทุนเอง
เงินเข้าบริษัทเมื่อไร

ภาพนี้คือหัวใจของการเลือก ขายสดเงินกลับเร็ว เหมาะกับบริษัทที่ทุนหมุนเวียนจำกัด ส่วนเช่าและ PPA ให้รายได้สม่ำเสมอระยะยาว แต่บริษัทต้องมีเงินทุนหรือแหล่งเงินกู้รองรับก่อน เพราะซื้ออุปกรณ์และติดตั้งด้วยเงินของตัวเอง
เลือกแบบไหนดี
| ถ้าลูกค้าเป็น | รูปแบบที่มักเหมาะ |
|---|---|
| เจ้าของบ้านที่มีเงินเก็บและอยากเป็นเจ้าของเลย | ขายสด |
| เจ้าของบ้านที่อยากจ่ายรายเดือนใกล้เคียงค่าไฟที่ลดลง | เช่าซื้อ |
| ธุรกิจที่ไม่อยากลงทุนแต่อยากใช้ระบบตามสัญญา | เช่า |
| โรงงานหรืออาคารที่ใช้ไฟกลางวันมาก และอยากจ่ายตามไฟที่ใช้ | PPA |
อีกด้านคือความพร้อมของบริษัทเอง เช่าซื้อต้องมีขั้นตอนพิจารณาลูกค้าก่อนอนุมัติ ส่วนเช่าและ PPA ต้องมีเงินทุน มีทีมดูแลระบบตลอดสัญญา และมีวิธีอ่านค่าหน่วยไฟทุกเดือนสำหรับ PPA
บัญชีและภาษีของแต่ละแบบ
- ขายสด รับรู้รายได้และต้นทุนเมื่อส่งมอบหรือเมื่อลูกค้ายืนยันงาน ตามนโยบายที่บริษัทเลือก เงินมัดจำที่รับก่อนเป็นหนี้สินจนกว่าจะส่งมอบ
- เช่าซื้อ ตั้งลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อเมื่อส่งมอบ รับรู้กำไรจากการขายในรอบที่ขาย ส่วนดอกผลทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามงวด ภาษีขายของแต่ละงวดเกิดเมื่อถึงกำหนดชำระงวดนั้น (ประมวลรัษฎากร มาตรา 78(2)) และดอกผลเช่าซื้อเป็นส่วนหนึ่งของราคาที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เช่าและ PPA ระบบเป็นทรัพย์สินของบริษัท ต้นทุนวัสดุและค่าติดตั้งรวมเป็นมูลค่าทรัพย์สินแล้วคิดค่าเสื่อมราคาตลอดอายุ ส่วนค่าเช่าและค่าไฟ PPA เป็นรายได้รายเดือน
วิธีบันทึกบัญชีละเอียดควรตกลงกับผู้สอบบัญชีของบริษัทก่อนเริ่มขายจริง โดยเฉพาะเช่าซื้อที่ต้องแยกเงินต้น ดอกผล และภาษีขายของแต่ละงวด
ความเสี่ยงที่ต้องคุม
- ลูกค้าหยุดจ่าย ต้องมีขั้นตอนติดตาม ตกลงกับผู้สอบบัญชีว่าจะบันทึกดอกผลและภาษีขายของงวดที่ค้างอย่างไร และมีทางเลือกว่าจะเจรจาปิดสัญญาก่อนกำหนดหรือยึดคืน
- ระบบผลิตไฟไม่ได้ตามคาด โดยเฉพาะ PPA ที่รายได้ขึ้นกับหน่วยไฟ ควรมีงานบำรุงรักษาตามรอบ (เช็กลิสต์ดูแลระบบ)
- ทรัพย์สินเสียหาย ระบบที่บริษัทเป็นเจ้าของควรมีประกันภัยและรู้ว่ากรมธรรม์หมดอายุเมื่อไร
- เอกสารไม่ตรงกัน ตารางรับชำระ ใบเสร็จ และบัญชีต้องมาจากข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่งั้นยอดค้างจะไม่ตรง
ขายได้ทั้ง 4 แบบใน RayFlowOS
RayFlowOS รองรับทั้งสี่รูปแบบตั้งแต่ใบเสนอราคา (รูปแบบเช่าและ PPA อยู่ในแพ็กเกจที่สูงขึ้น)
- ใบเสนอราคา เลือกได้ว่าขายสด ขายแบบเช่าซื้อ ขายแบบเช่า หรือ PPA ใส่เงินดาวน์ จำนวนงวด อัตราดอกเบี้ย ค่าเช่าต่อเดือน หรืออัตรา PPA ต่อหน่วยและยอดขั้นต่ำต่อเดือน
- ตารางรับชำระ ระบบสร้างให้เมื่อใบเสนอราคาเป็น Final งวด PPA คิดยอดตามหน่วยไฟที่บันทึกตอนออกใบเสร็จ
- เช่าซื้อ ตั้งลูกหนี้ตามสัญญาเมื่อส่งมอบ ทยอยรับรู้ดอกผลและภาษีขายตอนปิดสิ้นเดือน ระงับการตั้ง VAT และดอกผลเมื่อลูกค้าหยุดจ่าย ปิดสัญญาก่อนกำหนด หรือยึดคืนเข้าสต๊อกได้
- เช่าและ PPA ต้นทุนงานรวมเป็น ทรัพย์สินโครงการ และคิดค่าเสื่อมราคาตอนปิดสิ้นเดือน
- บัญชีแยกตามสัญญา เห็นทุกรายการบัญชีของสัญญาเดียวเรียงตามเวลา พร้อมที่มาของแต่ละรายการ
- เครื่องคำนวณโซลาร์ คำนวณค่างวดผ่อนและเงินที่ลูกค้าประหยัดได้จาก PPA ก่อนเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย
เช่าซื้อกับเช่าต่างกันอย่างไร
เช่าซื้อ ลูกค้าได้กรรมสิทธิ์เมื่อผ่อนครบ ส่วนเช่า บริษัทยังเป็นเจ้าของระบบตลอดสัญญา และต้องดูแลระบบเอง
PPA คิดเงินลูกค้าอย่างไร
คิดตามหน่วยไฟที่ระบบผลิตได้ในแต่ละเดือน คูณอัตราต่อหน่วยที่ตกลงกัน บางสัญญาใช้อัตราคงที่ บางสัญญาใช้ส่วนลดจากค่าไฟของการไฟฟ้า และอาจมียอดขั้นต่ำต่อเดือน
ดอกผลเช่าซื้อต้องเสีย VAT ไหม
ต้องเสีย เพราะดอกผลเป็นส่วนหนึ่งของราคาสินค้าตามสัญญาเช่าซื้อ ต่างจากดอกเบี้ยเงินกู้
ลูกค้าหยุดผ่อน ต้องทำอย่างไร
ติดตามทวงถามตามขั้นตอน ปรึกษาผู้สอบบัญชีว่าจะบันทึกงวดที่ค้างอย่างไร แล้วจึงตัดสินใจว่าจะเจรจาปิดสัญญาหรือยึดคืน ใน RayFlowOS มีเครื่องมือรองรับทั้งการระงับการตั้งดอกผลและภาษีขายของสัญญา การปิดสัญญาก่อนกำหนด และการยึดคืนเข้าสต๊อก
บริษัทเล็กควรเริ่มที่แบบไหน
เริ่มจากขายสดให้ระบบงานแน่นก่อน แล้วค่อยเพิ่มเช่าซื้อ ส่วนเช่าและ PPA เหมาะเมื่อมีเงินทุนและทีมดูแลระบบระยะยาวแล้ว
สรุป
รูปแบบการขายเป็นเครื่องมือปิดการขายที่ทรงพลัง แต่ทุกแบบมีภาระที่ตามมา ขายสดง่ายและเร็ว เช่าซื้อเพิ่มรายได้แต่เพิ่มความเสี่ยง เช่าและ PPA สร้างรายได้ระยะยาวแต่ใช้ทุนสูง เลือกให้เข้ากับลูกค้าและความพร้อมของบริษัท และให้ระบบงานกับบัญชีรองรับก่อนเปิดขายจริง
สมัครใช้งาน RayFlowOS ฟรี แล้วลองทำใบเสนอราคาแบบที่ลูกค้าต้องการ →